ยันพรีวีเน็ตเวลาเดิม-ข้อสอบไม่รั่ว

 

ยันพรีวีเน็ตเวลาเดิม-ข้อสอบไม่รั่วสอศ.ตั้งกก.คุม-เน้นปรับจุดอ่อนนักเรียน

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.)เปิดเผยถึงการจัดสอบเสมือนจริงของการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านการอาชีวศึกษาหรือ Pre V-Net ว่า จะไม่เลื่อนสอบ Pre V-Net ในวันที่ 15-16ธ.ค. ออกไปอีกแล้วเพราะทางสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ได้ขยับปฏิทินการสอบ V-Net ประจำปีการศึกษา 2554 ออกไปให้แล้ว โดยระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สอบวันที่ 4 ก.พ. 55 และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สอบวันที่ 5 ก.พ. 55 ซึ่งถือว่ามีระยะห่างจากการสอบ Pre V-Net พอสมควรและมีเวลาเพียงพอที่จะพัฒนาเด็กก่อนที่จะมีการสอบจริง อย่างไรก็ตามสำหรับความพร้อมในการจัดสอบ Pre V-Net นั้น ขณะนี้ได้จัดส่งข้อสอบ กระดาษคำตอบและอุปกรณ์ไปยังศูนย์อำนวยการสอบทั้ง 11 แห่งแล้วซึ่งหลังจากนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลข้อสอบเพื่อความปลอดภัยไม่ให้ข้อสอบรั่วไหล และชำรุดเสียหาย

“ผมมั่นใจว่าจะไม่มีข้อสอบรั่วอย่างแน่นอน เพราะการสอบ Pre V-Net เป็นการสอบเพื่อวัดความรู้ และจุดอ่อนด้อยของเด็ก จึงไม่จำเป็นต้องไปแข่งขันกับใครซึ่งครูผู้สอนเองก็อยากจะรู้ความถนัดของเด็กแต่ละคนเช่นเดียวกันจะได้แก้ปัญหาอย่างถูกจุด โดยการสอบดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อการเรียนอาชีวศึกษามากและไม่ได้เอาผลคะแนนสอบมาให้คุณหรือโทษต่อครูหรือสถานศึกษาด้วย ดังนั้น การสอบ Pre V-Net จึงมีแต่เรื่องดี อย่างไรก็ตาม การสอบครั้งนี้ได้มีการสร้างแรงจูงใจในการสอบโดยได้ร่วมกับภาคเอกชนสนับสนุนเด็กที่ทำคะแนนสอบได้สูงสุดทั้ง Pre V-Net และ V-Net ด้วยการมอบรางวัลตอบแทน เช่น รถจักรยานยนต์ เป็นต้นซึ่งการจัดกิจกรรมดังกล่าวไม่ได้เป็นมาตรการเชิงกดดันแต่เป็นรูปแบบการจูงใจในการสอบมากกว่า” นายชัยพฤกษ์กล่าว

Advertisements

จิตแพทย์แนะครู พ่อแม่ โรงเรียน รับมือเด็กเครียด

 

จิตแพทย์แนะครู พ่อแม่ โรงเรียน รับมือเด็กเครียด

มหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ภาคกลางของประเทศ ส่งผลกระทบทำให้โรงเรียนทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑลต้องเลื่อนเปิดเทอมและทำการเรียนการสอนล่าช้าไปเป็นเวลากว่าหนึ่งเดือน ขณะที่มาตรฐานการเรียนการสอนของแต่ละสถานศึกษาก็ยังคงถูกกำหนดด้วยระยะเวลาเรียนที่จะต้องเป็นไปตามกฎของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้โรงเรียนแต่ละแห่งจะต้องมีการปรับการเรียนการสอน มีการสอนชดเชย เพิ่มชั่วโมงเรียน หรือบางแห่งอาจมีการเรียนเพิ่มในวันหยุดเสาร์อาทิตย์

จากสภาพการณ์ดังกล่าวนั้น เด็ก พ่อแม่ ครู และสถานศึกษา ควรจะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้เด็กได้รับการเรียนรู้อย่างมีความสุข ในเรื่องนี้ พ.ญ.อังคณา อัญญมณี จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลมนารมย์ ให้ความเห็นว่า การเลื่อนการเปิดเทอมเป็นเวลานานนั้นทำให้บทเรียนต่างๆ ต้องอัดแน่นขึ้น ซึ่งแม้ว่าจะเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีการสอนเพิ่มเติม เพราะด้วยความจำเป็นที่แต่ละโรงเรียนที่จะต้องสอนให้ครบตามเนื้อหาตามหลักสูตร เพื่อรักษาคุณภาพ แต่การปรับการเรียนการสอนนั้นก็ควรจะต้องคำนึงถึงสภาพจิตใจของเด็กด้วย

พ.ญ.อังคณา ระบุว่า ในช่วงเปิดเรียนแรกๆ เด็กบางส่วนจะรู้สึกขี้เกียจ เพราะว่ายิ่งหยุดนานก็จะต้องมีการปรับตัวมากขึ้น ดังนั้นในช่วงแรกๆ โรงเรียนควรให้เวลาปรับตัวสำหรับเด็กๆ ก่อนสัก 1-2 สัปดาห์ ไม่ใช่ว่าเปิดเทอมวันแรกก็เริ่มให้เด็กเรียนชดเชยไปจนถึง 6 โมงเย็น อาจทำให้เด็กเกิดความเบื่อหน่าย ไม่อยากเรียน และพากันโดดเรียนได้ เพราะฉะนั้นทางโรงเรียนต้องค่อยๆ ทำความเข้าใจธรรมชาติของเด็ก และแจ้งให้เด็กทราบล่วงหน้าเพื่อจะได้เตรียมตัวและปรับตัวได้ รวมถึงการพูดคุยกับพ่อแม่ ซึ่งก็จะต้องมีการปรับเวลา ปรับการดำเนินชีวิตตามไปด้วย เช่น การรับส่ง หรือ การทำกิจกรรมอื่นๆ ร่วมกับครอบครัว

พ.ญ.อังคณา ให้ความเห็นได้อย่างน่าสนใจว่า การวางแผนการเรียนการสอนที่แน่นและเร่งจนเกินไปเพื่อให้ทันกับทุกเนื้อหานั้น จะทำให้บรรยากาศการเรียนการสอนเครียดจนเกินไป และจะไม่ช่วยให้การเรียนรู้ดีขึ้น ดังนั้นการปรับตารางเรียนเพิ่ม คุณครูควรวางแผนการสอนในแต่ละวิชา โดยมีแนวทางดังนี้ 

1.คุณครูอาจจะคงเนื้อหาหลักไว้แต่ควรลดงาน รายงาน หรืองานประดิษฐ์ลง จากปกติ 10 ชิ้น เทอมนี้อาจจะเหลือซัก 5-6 ชิ้น แต่ให้คะแนนรายชิ้นเพิ่มขึ้น ซึ่งครูต้องเข้าใจสภาพว่าเด็กจะมีเวลาในช่วงเย็น หรือวันหยุดน้อยลง เพราะต้องไปเรียนชดเชย หรือเด็กบางคนที่ต้องอาศัยตามศูนย์พักพิงหรือบ้านญาติก็อาจจะไม่พร้อมในเรื่องของวัสดุอุปกรณ์

2.โดยปกติแล้วการเรียนที่อัดแน่นมากเกินไปอาจจะทำให้เด็กที่ปรับตัวไม่ได้เกิดความเครียด วอกแวก ไม่มีสมาธิ และไม่มีความพร้อมในการเรียน ไม่ทำการบ้าน ไม่ตั้งใจเรียน ไม่ส่งงาน ซึ่งครูจะต้องทำความเข้าใจและให้การช่วยเหลือ มิฉะนั้นเด็กอาจจะเกิดการเบื่อหน่าย ดังนั้นครูจะต้องคอยสังเกตพฤติกรรมของเด็กว่าให้ความสนใจกระตือรือร้นในการเรียนมากน้อยเท่าไร และไม่ควรสร้างบรรยากาศการเรียนการสอนให้เครียดจนเกินไป เช่น หากเด็กบางคนไม่ตั้งใจ คุณครูดุด่าหรือบ่น อาจทำให้เด็กอีกกลุ่มหนึ่งที่ตั้งใจเรียนที่เครียดอยู่แล้วยิ่งเครียดเข้าไปอีก

3.คุณครูควรให้กำลังใจเด็กบ้าง อย่าไปเครียดจริงจังมากเกินไป พยายามให้เด็กเรียนแบบสบายๆ เพราะถ้าเครียดเกินไปก็ไม่ได้ประโยชน์เหมือนกัน ถ้าคุณครูเห็นว่าเด็กเครียดก็อาจมีกิจกรรมที่สร้างความสนุกสนาน ผ่อนคลายบ้าง เวลาพักก็ควรจะมี เช่น เรียนมา 3-4 ชั่วโมงก็ควรพักก่อนที่จะกลับเข้าไปเรียนต่อ ถ้าเรียนติดต่อกันไม่มีเวลาพัก เด็กก็จะหมดสมาธิ

ในส่วนของพ่อแม่และผู้ปกครองนั้น การปรับตัวก็จะสามารถช่วยเด็กได้มาก ซึ่ง พ.ญ.อังคณา ให้ข้อแนะนำในการปรับตัวและปรับทัศนคติที่จะมีส่วนช่วยลดความเครียดของเด็กได้ดังนี้  

1.พ่อแม่ควรมีทัศนคติในเชิงบวกต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะการปฏิบัติหรือปฏิกิริยาของผู้ปกครองจะมีผลช่วยทำให้ดีขึ้นหรือแย่ลง เพราะถ้าผู้ปกครองแสดงความคิดเห็นไปในทางลบหรือบ่นว่าทำไมต้องมีการเรียนเพิ่ม หรือมีท่าทีที่เครียดไปด้วย หรือไม่พร้อมที่จะรับสภาพ จะยิ่งทำให้เด็กมองภาวะนี้ในด้านลบไปด้วย ทำให้เด็กรู้สึกเบื่อหน่าย ท้อแท้ เด็กบางคนอาจจะทิ้งงานไปเลย คือไม่ทำแล้ว ไม่เรียนแล้ว อาจถึงขั้นโดดเรียนเลยก็ได้ แต่ในทางกลับกันถ้าหากผู้ปกครองมีท่าทีเป็นบวก เข้าใจความรู้สึกเด็ก เด็กก็จะมีการรับฟังที่ดี อาจจะมีการชี้แจงหรืออธิบายถึงเหตุและผลว่าการเรียนแบบนี้เด็กอาจจะต้องเหนื่อย แต่ว่ามันเป็นความจำเป็นที่จะต้องเรียนให้ครบ เพราะว่าคุณครูอยากให้มีความรู้ หรือว่าอยากให้เรียนทันกับเพื่อนๆ โรงเรียนอื่น คงเหนื่อยไม่นาน อาจจะเป็นในช่วงสั้นๆ ถ้าเรียนตามบทเรียนครบ ทางโรงเรียนก็จะปรับเวลาเรียนตามปกติ

2.ควรให้การสนับสนุน เพราะจะเป็นส่วนสำคัญที่จะฝึกให้เด็กเผชิญกับปัญหา เป็นการฝึกทักษะ ต่อไปถ้าเด็กต้องเจอปัญหาเค้าก็จะเผชิญได้ง่ายขึ้นด้วย ถือว่าเป็นโอกาสอย่างหนึ่งในวิกฤติ

3.พ่อแม่จะต้องให้กำลังใจ ให้รางวัลเด็ก เช่น วันจันทร์-ศุกร์ ทางโรงเรียนมีการเรียนเพิ่ม เด็กจะมีเวลาเล่นน้อยลง ตรงนี้พ่อแม่อาจจะให้กำลังใจเพิ่มว่าเดี๋ยววันอาทิตย์นี้เราไปหาอะไรอร่อยๆ กินกัน หรือว่าวันอาทิตย์นี้อยากดูหนังเรื่องอะไรก็พาไปดู คือหาเวลาชดเชย ให้เป็นเวลาของครอบครัวที่เด็กจะมีความสุข ให้เค้าผ่อนคลายมากขึ้น ตรงนี้ก็จะช่วยได้

4.พิจารณาสิ่งที่จำเป็นให้กับลูก เช่น เด็กที่เรียนพิเศษอยู่แล้ว อีกทั้งยังเรียนดนตรี เล่นกีฬา คือบางอย่างที่มันไม่จำเป็น พ่อแม่ก็อาจจะต้องตัดออกไปก่อนในเทอมนี้ พอเทอมหน้าลูกมีเวลาเรียนมากขึ้นค่อยกลับไปเรียนอีกทีก็ได้ จะได้ไม่รู้สึกว่าทุกอย่างมันแน่นไปหมดเลย

5.นอกจากนี้ต้องเตรียมพร้อม ทำความเข้าใจกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นแล้วก็ยอมรับ เหมือนกับจะช่วยลูกว่าจะต้องเผชิญกับมันยังไง กิจวัตรก็ต้องเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่แค่ลูก พ่อแม่ต้องจัดเวลาใหม่เหมือนกัน พอเลิกงานแล้วต้องรับลูกที่ไหน ดังนั้นพ่อแม่ก็จะต้องวางแผนด้วย

ทั้งนี้หากผู้บริหารโรงเรียน คุณครู ผู้ปกครอง และเด็ก ต้องการคำปรึกษาในการจัดการปัญหาความเครียดหลังเปิดเทอม ทางโรงพยาบาลมนารมย์ยังคงมีบริการสายด่วน             0-2725-9555       ภายใต้โครงการ “มนารมย์ ร่วมใจช่วยภัยน้ำท่วม” ท่านสามารถโทรศัพท์ไปขอคำปรึกษาและความรู้ต่างๆ ได้ ทางโรงพยาบาลจะมีทีมจิตแพทย์และนักจิตวิทยาคอยให้บริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือสามารถเปิดดูข้อมูลหาความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจิตที่ดีได้ที่www.manarom.com

1 พ.ค.แทบเล็ตถึงมือเด็กป.1สเปกจอ7 นิ้วความจำ4GB

                   กทม. :กระทรวงศึกษาธิการเรียกผู้ผลิตแทบเล็ตและผู้ผลิตเนื้อหานำเสนอสินค้าวันที่ 10 ธ.ค.นี้ ก่อนเปิดประมูลช่วง ก.พ.-มี.ค. ปีหน้า มั่นใจเปิดเทอมวันที่ 1 พ.ค. เด็กชั้นป.1 มีแทบเล็ตอยู่ในมือทุกคน

                    นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่าได้อนุญาตให้หน่วยงานที่มีความพร้อมจัดซื้อแทบเล็ตสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ได้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2555 และหากมีงบประมาณเพียงพอสามารถจัดซื้อเพื่อชั้นเรียนอื่นได้ด้วย อย่างไรก็ตามนอกจากงบประมาณแล้วต้องมีความพร้อมเรื่องเนื้อหาที่จะนำมาบรรจุในแทบเล็ตจึงได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการไปสำรวจความพร้อมในด้านนี้

                    น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ในปีการศึกษา 2555 พร้อมจัดซื้อแทบเล็ตให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 465,000 คน คิดเป็น 66% ของนักเรียนทั้งหมด โดยตั้งราคากลางเอาไว้เครื่องละ 3,400 บาทสเปกขั้นต่ำกำหนดให้เป็นแทบเล็ตที่มีหน้าจอ 7 นิ้ว ความเร็ว 512 MHz ความจำ 4 GB และใช้นิ้วสัมผัสได้

                   “วันที่ 10 ธ.ค.นี้จะเชิญผู้ผลิตแทบเล็ตและผู้ผลิตเนื้อหามานำเสนอสินค้าเพื่อให้ได้ข้อมูลเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์และจะนำมาปรับสเปกต่างๆให้เหมาะสมเพื่อเปิดประมูลผ่านระบบอีออคชั่น (e-auction) ในช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค. เพื่อให้ทันจัดส่งให้นักเรียนในวันเปิดเทอม วันที่ 1 พ.ค.ปีการศึกษา 2555